เพลงเพื่อชีวิต (Songs
for Life) มีแนวเพลงแม่แบบมาจากเพลงดังต่อไปนี้ เพลงอคูสติก,
เพลงบัลลาด, บลูส์-ร็อก, ดนตรีคันทรี, เพลงลูกทุ่ง, ฮาร์ดร็อก,
ไซเคเดลิกร็อก, เพลงเร้กเก้, เพลงพื้นบ้านไทย ซึ่งแหล่งกำเนิดแนวเพลงเพื่อชีวิตนี้ เกิดขึ้นในประเทศไทย
โดยราวๆปี พ.ศ. 2515 จนถึง พ.ศ. 2520 โดยใช้เครื่องดนตรีดังนี้
กีต้าร์อคูสติก, กีตาร์เบส, กีตาร์ไฟฟ้า,
คีย์บอร์ด, ฮาร์โมนิก้า, เพอร์คัชชัน, ไวโอลิน, กลองชุด,
เปียโน, เครื่องดนตรีไทย, เครื่องดนตรีพื้นเมือง
ทั้งนี้แต่แรกเริ่มเดิมที่ เพลงเพื่อชีวิต หมายถึง เพลงที่มีเนื้อหากล่าวถึงชีวิตของคน โดยเฉพาะคนชนชั้นล่าง กล่าวถึงความยากลำบากในการใช้ชีวิต การถูกเอารัดเอาเปรียบ เพลงในแนวเพื่อชีวิตในยุคนี้โดยมากจะเป็นเพลงลูกทุ่ง เช่น เพลง จักรยานคนจน ของยอดรัก สลักใจ, น้ำมันแพง ของสรวง สันติ, น้ำตาอีสาน แต่งโดยชลธี ธารทองและขับร้องโดยสายัณห์ สัญญา เป็นต้น
เพลงเพื่อชีวิต ในประเทศไทยเริ่มเฟื่องฟูเป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางโดยแพร่หลายช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 โดยเนื้อหาของเพลงไม่จำกัดเฉพาะชีวิตของคนชั้นล่างอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเรียกร้องประชาธิปไตยและการเหน็บแนมการเมืองอีกด้วย และแนวดนตรีได้เปิดกว้างขึ้นเป็นแนวอคูสสติกหรือร็อก โดยได้รับอิทธิพลและแรงบันดาลใจจากศิลปินต่างประเทศ เช่น บ๊อบ ดีแลน, บ็อบ มาร์เลย์ , นีล ยัง เป็นต้น วงดนตรีเพื่อชีวิตที่มีชื่อเสียง ได้แก่ คาราวาน, แฮมเมอร์, โคมฉาย เป็นต้น แค่นั่น - พงษ์สิทธิ์โดยความนิยมในเพลงเพื่อชีวิตไม่ได้เป็นเพียงกระแสในห้วงเวลานั้น หากแต่ยังได้รับความนิยมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีวงดนตรีและนักร้องเพลงเพื่อชีวิตที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน เช่น คาราบาว, พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, อินโดจีน, คนด่านเกวียน, มาลีฮวนน่า, โฮป, ซูซู, ตีฆอลาซู เป็นต้น อีกทั้งยังมีศิลปินบางคน หรือบางกลุ่มที่ไม่ได้เป็นเพื่อชีวิตอย่างเต็มตัว แต่เนื้อหาของเพลงหลายเพลง มีเนื้อหาที่คล้ายคลึงกับเพื่อชีวิตหรือจัดให้ อยู่ประเภทเพื่อชีวิตได้ เช่น จรัล มโนเพ็ชร, เสกสรร ทองวัฒนา, ธนพล อินทฤทธิ์, หนู มิเตอร์, นิค นิรนาม, พลพล พลกองเส็ง, กะท้อน, ศุ บุญเลี้ยง, สิบล้อ เป็นต้น
ดังนั้น ลักษณะเนื้อเพลงจะลึกซึ้งกินใจเป็นที่นิยมกันนั้น จะต้องมีลักษณะดังนี้คือ
1. ใช้คำหรือภาษาง่าย
ๆ ได้ความหมายชัดเจน ผู้ฟังสามารถจดจำได้ทันทีที่ได้ยินมีความหมายกินใจ ตรงกับความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ในขณะนั้น
2. เนื้อเพลงที่ดีจะต้องสะท้อนอารมณ์ที่มาจากเหตุการณ์จริง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมขณะนั้น
ซึ่งผู้ฟังจะเข้าใจ เห็นด้วยกับข้อมูลหรือเนื้อร้องซึ่งมักจะเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆที่เห็นได้ในสังคมและเหตุการณ์นั้นกระทบต่อผลประโยชน์หรือความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ในขณะนั้น
3. เนื้อเพลงควรจะเหมาะกับจังหวะและท่วงทำนอง
เพื่อเรียกร้องอารมณ์ของผู้ฟังให้คล้อยตาม เช่น ถ้าเป็นเพลงปลุกใจให้ฮึกเหิม
คึกคัก ก็จะต้องใช้จังหวะเร็วทำนองเพลงมาร์ช เป็นต้น
4. เนื้อเพลงควรมีโครงเรื่องหรือสาระในเพลงตรงกับชื่อเพลงและเรื่องที่กล่าวถึงในเพลง ควรเป็นเรื่องที่ผู้ฟังเข้าใจได้ดีอยู่แล้ว
เช่น ความกล้าหาญของชาวบ้านบางระจัน
อยุธยา จิตร ภูมิศักดิ์ ความแห้งแล้งของภาคอีสาน ความรักชาติ เป็นต้น
ถ้าเปรียบระหว่างทำนองกับจังหวะนั้น ท่วงทำนองจะเปรียบเป็นตัวเนื้อของดนตรี มีเสียงตามตัวโน้ต เช่น โด เร มี ฟา ซอล ลา ที แต่จังหวะจะเปรียบเหมือนโครงร่างที่คอยบังคับให้เพลงมีทำนองสม่ำเสมอตลอดเพลง เช่น เพลงมาร์ชหรือเพลงพื้นบ้าน ซึ่งเพลงเพื่อชีวิตหรือเพลงประเภทปลุกใจมักจะใช้ทำนองเพลงมาร์ชและเพลงพื้นบ้านที่มีท่วงทำนอง 2 จังหวะ ทำให้จังหวะเร็วมีทำนองสนุกสนานเร้าใจ ทำให้ผู้ฟังมีอารมณ์คึกคักเสียงกลองเร่งจังหวะทำให้หัวใจเต้นแรง เกิดความฮึกเหิม สง่างามเร้าอารมณ์ให้อยากเดินทางไปต่อสู้ ลุกขึ้นต่อสู้ตามเสียงเรียกร้องของเนื้อเพลง
ข้อสังเกต เพลงเพื่อชีวิตของนักศึกษาส่วนมากจะมีทำนองเพลงพื้นบ้าน ของชาวเอเชียมักจะใช้ทำนองเพลง 5 จังหวะ เป็นพื้นฐานของจังหวะชาวเอเชีย คือมีทำนองเพียง 5 ทำนอง คือ โด เร มี ซอล ลา และมี 2 จังหวะเป็นส่วนใหญ่ ทำให้กระชับปลุกเร้าอารมณ์ ดังนี้ พื้นฐานการรับรู้จังหวะ แลท่วงทำนองเพลงเพื่อชีวิตจึงเข้าถึงอารมณ์การฟังได้ดีและรู้สึกประทับใจ เพราะคนไทยเคยฟังมาตั้งแต่เด็ก
เพลงเพื่อชีวิตมีวงดนตรีที่นับว่าประสบความสำเร็จในการแสดง ขณะที่มีการประท้วงหรือขณะที่มีเหตุการณ์ที่ขัดแย้งกันเช่น ชาวนากับรัฐบาล และนายทุนกับกรรมกร เป็นต้น วงดนตรีที่มีบทบาทจริง ๆ ตามลักษณะการเกิด และสถานภาพของนักดนตรีได้เป็น 2 กลุ่มคือ
1. วงดนตรีเพื่อชีวิตของปัญญาชนนอกมหาวิทยาลัย
เช่น ฅาราวาน
2. วงดนตรีเพื่อชีวิตของนักศึกษาที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยอันได้แก่ กรรมาชน กงล้อ คุรุชน โคมฉาย ต้นกล้า
ลูกทุ่งสัจจธรรม รวมฆ้อน ฯลฯ
อ้างอิง
.jpg)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น